วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

วันที่แสนทรหด English Village Provance Village ตามติ่งที่อินชอนยันสวนสนุกล้อตเต้เวิร์ด

วันที่23มีนาคม ตื่นขึ้นมาด้วยความเมื่อยล้า..และความผิดหวังเล็กน้อย..เพราะเราไม่ได้สิทธิแฟนไซน์..เสียดายแต่ถึงยังไงเราก็จะไปเพื่อเป็นงานเปิด ไปส่องก็ยังดี เมื่อคิดได้เช่นนั้นเราก็ไปเที่ยว หมู่บ้านอังกฤษกันก่อนเลย หมู่บ้านอังกฤษที่เราจะไปอยู่เมืองพาจู เราก็นั่งรถตามที่เราหาข้อมูลมาเป๊ะ นั่งมาได้ชม.กว่าคนลงหมดแล้ว เอ๊ะ!!!ทำไมยังไม่ถึง คนขับรถก็ถามเราว่าจะไปไหน พอเขารู้ว่าเราจะไปไหน ก็บอกเลยว่าต้องนั่งรถอีกสายหนึ่งไป แล้วเขาก็บอกเลขเรามา (แต่เราจำไม่ได้แล้ว555สอบถามได้นะจ๊ะ)แล้วก็ปล่อยเราลงที่ป้ายรถเมลซึ่งอยู่ส่วนไหนของพาจูก็ไม่รู้ เราก็ยืนหนาว นั่งหนาว..รอรถสายที่เขาบอก..โดยมีสายตาของป้าอาจุมม่าข้างส่งมาเป็นระยะว่า จะไปไหนกันเน้อ? แต่เราก็ไม่แค่ยืนคุยกันไปว่า ถ้าไม่มีรถวิ่งผ่านมาแล้วจะกลับยังไง ?ยืนกังวลไปสักพักป้าอาจุมม่าข้างๆก็ขึ้นรถเมล์ไป.ปล่อยให้เรามองตามตาละห้อยอยากขึ้นไปบ้างแต่ขึ้นไม่ได้เพราะไม่ใช่สายที่เราต้องการ ...รอไปเกือบชม.รถก็มา..เย้ๆๆๆได้ไปสักที..ประตูรถเปิดออก อ๊ากกกกกกกกกทำไมคนเยอะอย่างนี้-_-bยืนก็ได้หว่ะ คงไม่ไกลมาก เมื่อขึ้นไปแล้วเราก็ส่งหนังสือท่องเที่ยวแล้วบอกว่าจะไปหมู่บ้านอังกฤษ..ลุงคนขับกระชากหนังสือไปดูแล้วก็พยักหน้า โอเค...โล่ง..ถึงแน่ๆเราก็ยืนโหนกันไปสักพัก รถมันวิ่งวนเหมือนคันก่อนเป๊ะเลย...เอาแล้วหวังว่าจะไม่พาเรากลับโซลนะ%>_<% พอรถจอดป้ายหน้าห้างๆหนึ่งคนบนรถก็ลงกันเกือบหมดคัน..สงสัยห้างนี้คงจัดของลดราคาแน่ๆ...แต่เป้าหมายเราคือหมู่บ้านอังกฤษเท่านั้น...ด้วยความที่กลัวจะลงผิดเราเลยไม่นั่งแม้มีที่ว่าง แต่ก็โดนลุงคนขับดุเอา เลยจำใจต้องนั่ง จากห้างนั่น รถก็วิ่งออกมาจากตัวเมือง ผ่านชายแดนเกาหลีเหนือด้วย มีลวดหนามกั้นเป็นทางยาว ทีป้อมทหาร ด้วย เท่าที่เราเห็นจากชายแดนเป็นแม่น้ำเลยเข้าไปฝั่งเกาหลีเหนือจะเป็นภูเขามองออกไปก็เห็นแต่ภูเขา เราคิดว่าใครว่ายนำ้ข้ามมาต้องโดนยิ่งแน่ๆ..นึกแล้วก็ขนลุก...รถขับเลียบชายแดนมาสักพักก็เลี้ยวเข้าสู่ตัวเมืองผ่านสุสานด้วย เป็นภูเขาทั้งลูกเลย...เราอาจจะได้เดินมาดูถ้าเดินไหวนะ . หลังจากที่หลงมาตั้งไกลก็มาถึงรถเมล์ปล่อยเราลงตรงป้าย..แต่เราคิดว่าไหนในหนังสือบอกว่าต้องเจอกลุ่มหินสโตนเฮนไง..หรือคนละที่?เก็บความสงสัยแล้วเราก็เดินย้อนกลับมาตรงที่เราเห็นว่าเป็นทางเข้า แต่.พีรปภ.ตรงประตูไม่ให้เราเข้า บอกว่าให้เดินตรงกลับไปทางเดิมทางเข้าอยู่ตรงนั้น...เราคิดในใจมันก็เข้าได้เหมือนกันแหละน่า.แต่จำใจเดินขึ้นเนินย้อนกลับเลยป้ายรถเมล์ไปอีกก็เจอทางเข้า พร้อมกลุ่มหินสโตนเฮนที่เขาว่ากัน...โถ่ๆๆๆเราเองที่โง่เอง5555 ยืนถ่ายรูปพักเหนื่อยกันสักพัก ก็ไปซื้อตั๋วเพื่อจะเข้าไปข้างในได้แผนที่พร้อมพาสปอตร์มาคนละอัน..ค่าตั๋วคนละ8000วอน.. เราก็เดินเขามาก่อนจะเข้าไปต้องโชว์พาสปอตร์ที่ได้ ตรงเคาว์เตอร์ก่อน จะมีพนักงานเป็นชาวต่างชาติ คุยกับเราเป็นภาษาอังกฤษ ด้วยคำถามทั่วไป เช่น มาจากไหนอากาศเป็นไง เป็นคำถามง่ายๆ .แล้วเราก็เข้ามาข้างในหมู่บ้าน ตอนที่เราไปคนไปเที่ยวน้อยมาก เจอกรุ๊ปชาวญี่ปุ่น แค่กรุ๊ปเดียวมากันแบบครอบครัว เราก็เดินวนจนรอบ ข้างในจะสร้างเป็นเมืองๆหนึ่งแบบบ้านอังกฤษ มีร้านค้า ซึ่งเข้าไปซื้อของได้จริงๆ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ สามารถเข้าไปนั่งทานได้จริงๆเช่นกัน..แต่ถ้าเป็นพวกบ้านคนจะไม่มีคนอยู่ แต่ที่นี้ก็สวยอยู่บนเนินเขา เราสองคนเดินมาเรื่อยๆเพื่อหามุมถ่ายรูปก็มาเจอ อาคารทำเนียบมีน้ำผุอยู่ข้างหน้า เอาละมุมเหมาะเรารีบถอดเสื้อกันหนาวออกหยิบกล้องโพลารอยด์ออกมาให้เพื่อนถ่ายให้..สู้ความหนาวกันสุดๆ555 เป็นครั้งแรกตั้งแต่มาที่ถ่ายรูปโดยไม่มีเสื้อกันหนาว วันนั้นแดดออกด้วยเลยกล้าถอดเสื้อถ่ายรูป เดินไปสักพักไม่ไหว รีบใส่เสื้อกลับเหมือนเดิม กลัวไม่สบายเดียวจะไม่ได้เที่ยว...เราเดินกันจนทั่วแล้วเราก็กลับ..จุดหมายต่อไปของเราอยู่ไม่ไกลจากที่นี้เท่าไร(ตามในหนังสือบอกมานะ555)นั้นก็คือหมู่บ้านลูกกวาด หรือ Provance Village ขามาเราว่าเราเห็นทางเข้าก่อนมาถึงหมู่บ้านอังกฤษนะจากหนังสือบอกว่าเดินไม่เกิน15นาที แต่ออกมาป้ายรถเมล์ มันอ้างว่างมาก รถวิ่งแทบไม่มี เพื่อนเราบอกว่าเดินไม่ไหวหรอกขึ้นรถเมล์กลับทางเดิมเถอะ เราก็เดินไปนั่งรอที่ป้ายรถเมล์ เราคิดในใจ มันจะมีหรอรถเมล์ รถธรรมดายังไม่เห็นเลย <(ˍ ˍ*)>นั่งรอสักพักรถคันแรกที่วิ่งมามันเป็นรถเมล์จริงด้วยเฮ้!!!!o>__.<*) ต่อมาก็เป็นวง D-UNIT เป็นวงน้องใหม่อีกเช่นกันแต่ที่รู้ชื่อเพราะพิธีกรเรียกชื่อชัดมาก555วงนี้แต่ละคนยังดูเด็กอยู่เลย..ความสามารถล้นตัว ทั้งร้องทั้งเต้น จัดเต็ม แถมมีโชว์ฉีกขาด้วย .สุดยอดดดด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น