เช้าวันที่20มีนาคม2556
เราตื่นมาแต่เช้าทั้งๆ.ที่นาฬิกายังไม่ปลุกด้วยซ้ำ ส่วนคู่หูเรานั้นหลับเป็นตาย555 และที่สำคัญฝนตกด้วย.แล้วเราจะไปเที่ยวยังไงละเนี้ย.ขอให้หยุดตกเร็วนะ เรานอนชั้นบน(ห้องที่พักเป็นเตียงสองชั้น) เราตื่นขึ้นมาก็ยังไม่รู้ทำอะไรดี นั่งห้อยขาที่เตียงมองออกไปที่หน้าต่างประหนึ่งนางเอกเอ็มวี( ^)o(^ ) มองฝนที่กำลังตก สักพักฝนนั้นก็กลายเป็น...หิมะ!!!!กรี๊ดดดดดดดดด...เราดีใจมากเอาไงดี...รีบอัดวิดีโอส่งไปไลน์ไปให้พี่ชายดู..แต่คงยังไม่ตื่น(ที่ไทยประมาณตี5) หลังจากนั้นก็มองไปที่เพื่อนดูหลับสบายไม่กล้าปลุก...เราเลยรีบใส่เสื้อกันหนาวทับแล้วออกไปหน้าโรงแรมทั้งที่ยังใส่ชุดนอนอยู่....ที่เราวิ่งออกไปก็เพราะ...ไปถ่ายรูปนั้นเอง555..ดีใจสุดๆเจอหิมะตกครั้งแรกในชีวิต..หลังจากนั้นก็กลับเขามาเตรียมแต่งตัวออกไปขึ้นเขาทั้งที่หิมะเริ่มตกหนัก︶︿︶
หลังจากที่เราทำธุระส่วนตัวและถ่ายรูปกัันเสร็จแล้วก็ออกเดินทางไปซอรักซานกัน.
โดยการไปนั้นไปอยากเลยเดินออกไปหน้าเดอะเฮาว์แล้วนั่งรถเมล์สาย7ไปลงสุดสายก็ถึงเลยที่เดียว
เมื่อไปถึงบริเวณลานจอดรถแล้วเราต้องเดินต่อไปอีกเพื่อไปขึ้นเคเบิลต่อไปยอดเขา.แต่ด้วยอากาศที่หนาวมากกกกหิมะก็ตกหนักด้วย..เราทั้งคู่ไม่ได้เตรียมถุงมือมาปละรองเท้าเราก็เป็นผ้าใบด้วย...แชะละงานนี้..พี่สองคนที่ไปด้วยนั้นหนักกว่าเราหลายเทาเสื้อก็บางยิ่งรองเท้าพี่เขาบางมากกกเห็นแล้วเย็นแท้.พี่เขาเลยตัดสินใจซื้อหมวกไหมพรมเพิ่ม...ไอ้เราสองคนระหว่างรอพี่เขาซื้อก็วิ่งออกไปถ่ายรูปกันสนุกมือเลยทั้งมือถือ กล้องถ่ายรูป กล้องโพลารอยด์..จนอุปกรณ์เหล่านั้นชื่นไปเลย555.และเราก็ค้นพบว่ามือเราแข็งมากกจนเราตัดสินใจซื้อถุงมือกันคนละคู่..เมื่อทุกคนพร้อม(แบบไม่พร้อมเท่าไร) เราก็เดินกันต่อเพื่อไปจุดที่ต้องขึ้นเคเบิล..เดินไปเรื่อยก็เริ่มหนาวขึ้นๆ .กว่าจะถึงเกือบตาย..แต่โชคดีเพราะเดินไม่ไกลมาก...เมื่อมาถึงเราก็ซื้อตั๋วกันเลย..คนละ8000วอน. ใช้ไปและกลับ...
ขาไปนั้นคนเยอะมากยื่นเบียดกันนิดหน่อย อบอุ่นดี5555 ใช้เวลาไม่นานเราก็ขึนมาถึงข้างบน..เราพักกันตรงหน้าฮีทเตอร์กันสักพัก..แล้วก็ออกเดินต่อเพื่อไปยอดเขาโดยที่หิมะยังตกหนักอยู่...ตัวเรานั้นเดินไปไกลกว่าคนอื่นจนพี่ที่ไปด้วยและเพื่อนเริ่มตะโกนเรียกแล้วบอกว่าพอเถอะมันอัตรายและไม่มีใครเดินออกมาเหมือนพวกเราด้วย..เราก็เลยหยุดยืนถ่ายรูปสักพักแล้วเดินกลับมารวมตัวกันแล้วเดินกลับไปที่จุดที่ออกจากเคเบิลมา...เรารู้เสียดายมาก..เเต่เพื่อความปลอดภัย..เดียวไม่ได้กลับไทย>_<¦¦¦
เรามากพักกันตรงจุกพักนานมากกกเพราะพี่ที่ไปด้วยเจ็บหนักโดนรองเท้ากัดและรองเท้าก็เปียกพวกเราเลยนั่งเล่นเดินเล่นกันชิว...ระหว่างนั้นสังเกตุได้ว่าคนเริ่มขึ้นมาน้อยลง..สงสัยเพร่าะหิมะตกหนักแน่ๆ...และเราก็ได้เจอ!!! ผู้หญิงไทยคนหนึ่งเดินมาทักเรา..เธอจัดว่าสวยเลยและ.พอคุยกันไปก็ทำให้เราทราบได้ว่า เธอมีสามีเป็นคนเกาหลี..และมีลูกสาวที่น่ารักหนึ่งคน ชื่อว่าน้องยูจิน น่ารักมากกกกกก>_<¦¦¦พวกเราสี่คนไล่ตอนถ่่ายรูปกับน้องตั้งนาน..สรุปน้องเขายอมถ่ายรูปกับเราคนเดียว5555..แม่น้องยูจินถามเราว่า ดูสภาพอากาศมาหรอถึงมาเที่ยวพอดีกับหิมะตกพอดี..พวกเราก็บอกว่า..ความบังเอิญจ้าาาา..ส่วนเขาตรวจมาเลยมาเที่ยว...เราคุยกันสักพักแม่น้องเขาลงมาก่อนเรา..พวกเราลงมาอีกรอบหนึ่งเกือบไม่ได้ลงด้วยเพราะพี่ที่ไปด้วยกันเกือบหาตั๋วไม่เจอ...พนักง่นเขาไม่ยอมให้ลงถ้าไม่มีตั๋ว...พวกเราคิดกันถ้าไม่มีตั๋วจะขึ้นมาได้ไงเพราะเขาบังคับซื้อแบบเหมาทั้งขาขึ้นและลง.-_-b แต่พวกเราก็ลงด้วยได้ด้วยความปลอดภัย.ขาลงยังมาเจอน้องยูจินกับครอบครัวอีก...เราก็พักกันสักพักแล้วออกเดินทางกลับที่พักโดยสภาพแต่ละคนย่ำแย่ ยกเว้นเรายังเดินไปถ่ายรูปไป...ลัลล้าได้อีก5555.
ขากลับเราก็ไปขึ้นรถบัสสายเดิมที่ที่เราลงมา...นั่งกันไปหลับกันไป...จนเลยป้าย!!!!!เราเป็นคนรู้สึกตัวคนแรกว่ามันเลยส่วนพี่ที่ไปด้วยบอกว่ายังไม่ถึงไม่ใช่หรอ? เราก็ยอกเลยแล้วจริงๆ หนูจำได้..พี่เขาก็ยอมลงมา..ก้าวแรกที่เราเหยียบลงมา...น้ำเต็มๆเปียกเลย...ทำให้เท้าเราเย็นจนชาหร้ความรู้สึกไปเลย...เมื่อพวกเราข้ามถนนมาอีกฝั่ง พี่เขาก็ได้รู้ว่ามันเลยจริงๆ.5555เมื่อมันเลยแล้ว เราเลยหาอะไรกินกันก่อนแล้วค่อยกลับ...ตอนนั้นเรารู้สึกว่าหนาวมากกกกปากสั้นเลย..ขนาดเขามาในร้านขายอาหารยังหนาวเลย...เมื่อเลือกร้านได้...ก็สั่งมากินแบบมึนๆเพราะป้าจ้าของเราไม่มีเมนูที่เป็นรูปภาพ..วิธีการสั่งของเราก็คือเดินไปหน้าร้านแล้วจิ้มรูปที่ต้องการ5555
เมื่อกินกันเสร็จก็เดินกลับที่พักแล้วเรากลับพี่อีกสองคนก็แยกกันเพราะพี่เขาต้องกลับโซลบ่ายนั้นเลยเพราะเพื่อนเขารออยู่เราเลยตกลงกับพี่เขาว่า .เมื่อเรากลับโซลเราอาจจะได้เจอกันพี่เขายังชวนไปดูคอนเอสเจ...แต่เราไม่แน่ใจ. ่
เมืีอเราแยกกลับห้องพักได้สักพักพี่เขาก็มาเคาะห้อง.ขออยู่ด้วยสักพักเพราะรอรอบรถกลับโซล...พี่เขาเข้ามาพร้อมกับเหล้าข้าว และบอกเราว่า ช่วยกินหน่อยขี้เกียจเอากลับไปด้วย..เลยได้ไปคนละแก้ว...(เอาแล้วไงเราแทบไม่เคยกินแอลกอฮอร์เลย เคยแค่ครั้งเดียว เอาละหว่ะงานนี้5555) อึกแรกที่ดื่มเข้าไป...มันก็เปรี้ยว..จืดๆ..แต่ที่รู้แน่ๆคือ..มันไม่อร่อยแต่กินแก้หนาวได้ดี..หรือที่เรารู้สึกว่าไม่อร่อยเพราะไม่มีกับแกล้มก็ไม่รู้0^◇^0)/
เหล้าขาวคนที่นีจะกินเวลากินหมูย่างหรือเขาจะกินกับกับแกล้มแก้หนาว..กินไปคุยไปคงจะเพลินน่าดูแต่พวกเรานั้น..กินไปบ่นไป..ยิ่งตัวเรารีบกินให้หมดๆ ไปจะได้นอนสักที เรากินหมดคนแรก..ไชโย( ^)o(^ ) เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก..ตัวเราเริ่มร้อนขึ้นจนเวลานอนไม่ต้องห่มผ้าเลย...แต่ด้วยสภาพอากาศตอนนั้นหนาวมากและไปตากหิมะตั้งแต่เช้า...เราเลยนอนกันเลย..โดยปล่อยให้พี่เขานั่งเล่นำปแต่บอกเขาว่าออกไปแล้วล็อคห้องให้หนูด้วยนะ...ก่อนนอนเวลานั้นประมาณบ่ายสอง..หิมะก็ตก..เรากะว่าเราจะตื่นมาตอนเย็นหวังว่าอากาศจะดีขึ้นจะได้ไปเดินเล่นกัน..จักรยานที่กะว่าจะปั่นคงปั่นไม่ได้แล้วเพราะหิมะจับตัวกลายเป็นน้ำแข็งแค่เดินยังลื่นเลย...เมื่อสรุปได้ดังนั้นเราก็นอนหลับไป(~O~)zZzzzzz
ตื่นมาอีกทีฟ้ามืดอีกแล้วที่ตั้งใจไว้ก็ล่มไม่เป็นท่า....~T_T~~T_T~~T_T~บวกด้วยความเหมื่อยล้าทำให้เย็นนั้นเราไม่ออกไปไหนเลย...อยู่ในห้อง..เล่นเกมส์..อัฟรูป..ไลน์...กันไป...จนหัวค่ำ..มืดละจ้างานนี้เริ่มหิว..เรามองหน้ากันเหมือนรู้ใจ...ตกลงไปกินบุฟเฟ่หมูเกาหลีเจ้าเดิม5555(ของเขาอร่อย สด สะอาด แถมถูก) ถึงร้านปุ๊บ..ก็ไม่รอช้า...เริ่มกินกันอย่างช้ำช่อง...วันนี้เราลองเอาปลามาปิ้งแบบทั้งตัวเลียนแบบลุงโต๊ะข้างๆที่นั่งปิ้งปลาแกล้มกับโซจดูท่าทางแกคงอร่อยน่าดู.ูหลังจากที่เมื่อวานไม่กล้าจริงๆ. การปิ้งของที่นี้เขาจะเอาฟรอยด์รองบนเตาก่อนแล้วเอาเนื้อไปปิ้งบนฟรอยด์พอฟรอยด์ไหม้ก็เปลี่ยนแผ่นใหม้ถ้ามีน้ำออกมาเยอะก็ใช้กระดาษทิชชูซับออก .ดูสะอาดมากและเราคิดว่าป้าแกคงขี้เกียจขัดตะแกรงด้วยละมั่ง . กลับมาที่ปลาของเราสุกแล้ว .เราก็จัดการชำแหละกินกัน....นึกว่าจะอร่อย...แต่สำหรับพวกเรามันคาวววววมาก...หรือเราย่างผิดก็ไม่รู้...-_-b เราไปนั่งกินในวันนี้เราพบว่าผู้หญิงสองคนโต๊ะข้างๆเรากินตั้งแต่เราไปยังกินกันได้เรื่อยๆแถมกินโซจูยังกับกินน้ำจนจนหน้าแดงไปหมดแต่ไม่เมา...เราสองคนก็อยากลองบ้างนะ แต่่กลัวเดียวไม่มีคนลากกลับ ...ที่สำคัญกลัวตื่นสาย..เพราะพรุ่งนี้เราต้องเข้าโซลแล้ว...เสียดายจังยังเที่ยวไม่หมดเลย...เราก็กินกันไปเรื่อยๆ...เพื่อนเราหนักมากินตีนไก่แ่ข่งกับลุงโต๊ะข้างๆ ด้วยแต่ลุงเขาคงไม่รู้ . ทำไปได้..555มื้อนี้รู้สึกว่า...เรากินปลาหมึกไปเยอะมาก...ส่วนเพื่อนเราก็คงเป็นตีนได้หมักซอสกับหมูสามชั้นของโปรด...กินกันจนกินไม่ไหวก็จ่ายเงินแล้วกลับที่พัก...ป้าเจ้าของร้านนี้อารมณ์ดีมาก...เมื่อเห็นเราจากเมื่อวานก็ตรงเขามาถามเป็นภาษาอังกฤษว่ามาจากไหน..เราตอบว่ามาจาก ไทย...ป้าแกรีบพูดเลยว่า..สวัสดีคะ...5555..แถมแกยังดูแลเราอย่างดีบ้างครั้งยังมาย่างเนื้อให้เราด้วย...>_<¦¦¦...คนที่นี้น่ารักจริงๆ...ชักไม่อยากกลับโซลซะแล้วสิ....
เมื้อเรากลับถึงที่พักเราก็ตกลงกันว่าตอนเช้าถ้าอากาศดีเราจะไปเดินเล่นกันก็กลับโซล...เมื่อตกลงกันได้ก็แยกย้ายกันทำภาระกินส่วนตัว..ตัวเราหลังจากเจอเหตุการ์ณที่ทำให้รองเท้าเปียก...เราก็มานั่งคิดจะทำยังไงให้มันแห้งละเนี้ย..(⊙o⊙)?เราก็นึกถึงพี่ที่เราเจอตอนก่อนเขากลับรองเท้าเขาก็เปียกเขาขอยืมไดร์เป่าผมมาเป่ารองเท้า....เราก็ทำบ้าง....แต่ทำยังไงก็ไม่แห้งสักที...สงสัยรองเท้าจะหนาเกินไป...จะเอาไปตากแดดก็ไม่ได้เพราะแดดไม่มีเลย...หักไปเจอกับฮีทเตอร์ตั้งพื้นเลยจัดการเอารองเท้ากับถุงเท้าไปตากบนฮีตเตอร์...555แล้วเราก็นอนอย่างสบายใจ...ยังไงก็แห้ง....
้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น